จะกล่าวกลอนสอนธรรมที่ล้ำลึก
ในเรื่องราวอริสัจจะดัดแปลง
เกิดเป็นสัตว์สังขารผ่านกองทุกข์
ยิ่งแสวงหาสุขทุกข์ยิ่งต่ำ
แรกก่อขึ้นในครรภ์แต่วันเกิด
กว่าจะตายแตกดับระงับเป็น
เกิดมาแก่เกิดไข้โรคภัยเบียน
เกิดมาหาทุกข์สุขเฝ้าโสภา
เกิดมาหาความหิวให้หามแห่
เกิดมาหาเหล่าทุกข์ทับทวี
รู้ไม่เท่าเหตุเกิดกำเนิดทุกข์
อวิชชามาปิดอยู่มิรู้ใน
|
ขอเชิญตรึกตรวจตรองส่องให้แจ้ง
ให้สิ้นแคลงสงสัยในรากธรรม
ดังเดินบุกอยู่ในไปทุกเช้าค่ำ
ด้วยเวรกรรมของสัตว์วิบัติเป็น
โดนระเบิดแต่ทุกข์สุขไม่เห็น
ก็ไม่เห็นความสุขสักเวลา
เกิดมาเวียนอยู่ในโลกอันร้อนกล้า
เกิดมาหาความตายให้ย่ำยี
เกิดมาแก่ไข้ตายกันป่นปี้
เกิดมามีพันธ์พืชยืดยาวไป
หลงสนุกปรารถนาก่อชาติไว้
มาหลอกให้เวียนว่ายในโลกา
|
|
การสร้างบุญเป็นทุนหนุนเราแน่
จะสร้างมากหรือน้อยพลอยสุขใจ
โลกกับธรรมคู่กันนั้นแน่แล้ว
อะไรเล่าโลกนี้ที่ค้ำจุน
|
ทรัพย์เที่ยงแท้ไม่แปรผันไปไหน
ไม่ว่าใครควรสร้างหนทางบุญ
อย่าได้แคล้วไตรแก้วแน่นอุดหนุน
มีแต่บุญเท่านั้นประกันเรา
|
|
ความสงบเปรียบยังดั่งน้ำใส
ถ้าดูจิตสนิทแนบแอบกายี
จงตรวจดูภายในอย่าให้ขาด
สันติสุขทุกข์ดับลับดวงใจ
|
ดูสิ่งใดได้เห็นเป็นแก่นศรี
ดูให้ดีมีสุขไปทุกข์ใจ
คงไม่พลาดความจริงสิ่งแจ่มใส
ความเป็นไททรงไว้ได้แน่เอย
|
|
มาหลงดีหลงชั่วมัวหลงนัก
มาหลงสุขหลงทุกข์สนุกโลกีย์
ทั้งหลงเราหลงเขาเฝ้าเป็นห่วง
จะโทษอื่นดื่นไปไม่สำคัญ
|
มาหลงรักหลงชัยยังบัดสี
มาหลงมีหลงจนระคนกัน
หลงทั้งปวงลวงหลอกบอกเหหัน
โทษเรานั้นดีกว่ามาหลงตน
|
|
คำว่าสุข สุขนี้มีจริงหรือ
อันสุขอื่นดื่นไปไม่เยือกเย็น
แต่มีสุขอย่างหนึ่งพึงลำเหนียก
สงบสงัดกายใจไร้นิวรณ์
|
หากลองรื้อคิดไปคงได้เห็น
มีทุกข์เขนเข้าปนระคนร้อน
สุขนั้นเรียกสันติสุขวายทุกข์ทอน
สติต้อนจิตไว้ภายในกาย
|
|
ความดีใจเสียใจได้คู่กัน
ถ้าเดินผิดหนทางห่างกายี
ขอทุกท่านจงสร้างทางกุศล
การฝึกหัดจิตใจให้ชินเคย
|
สิ่งสำคัญนั่นคือเส้นวิถี
จิตหมดที่พึ่งพาอาศัยเลย
อย่าทำตนเกียจคร้านพาลเมินเฉย
แน่นักเอยเสวยทรัพย์นับด้วยบุญ
|
|
ระวังกายอย่าให้กระทำผิด
และวาจาถ้าพูดหยุดตรึกตรอง
|
ระวังจิตอย่าคิดติดมัวหมอง
คงสมปองสามอย่างห่างเวรภัย
|
|